นายสุรพล แจ่มวุฒิปรีชา

อาชีพ
ทนายความ

มุทแอมบาสเดอร์
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2020

สื่อสังคม

"เขาเชื่อว่า  มนุษย์ทุกคนมีคุณค่า   ในตัวเอง  ไม่ว่าคนผู้นั้นจะมาจากสถานะใด ขอเพียงแต่มีความมั่นใจในตัวตนของ เขาเอง  คุณค่าของมนุษย์ทุกคนนั้นล้วนมาจากหัวใจ  หัวใจที่มุ่งมั่นในการที่จะกระทำความดี  ความดีในการที่จะรักษาคุณค่าของตัวเอง และรู้จักมอบคุณค่านั้นให้กับเพื่อนมนุษย์ทุกคน  สิ่งที่ทำได้ คือ สิ่งที่คุณมั่นใจ และได้ลงมือทำ เมื่อคุณมั่นใจ ไม่มีอะไรที่คุณทำไม่ได้"              

สุรพล  แจ่มวุฒิปรีชา : เพราะความที่เติบโตมาจากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ อันเนื่องมาจากความไม่เข้าใจกันของพ่อและแม่   เขาจึงเลือกที่จะอยู่กับแม่ และเติบโตมาในครอบครัวของแม่  ซึ่งแม่มีอาชีพเป็นช่างตัดเย็บเสื้อผ้า  สิ่งแรกที่เขามักเห็นในชีวิตเมื่อวัยเยาว์ ก็คือ  การถูกเอาเปรียบจากสังคมรอบข้าง เพราะแม่เป็นผู้หญิง  และความรู้ค่อนข้างน้อย  นั้นไม่สามารถเป็นหลักประกันอันมั่นคงให้กับเขาได้เท่าที่ควร  แม่จึงสอนให้เขายอมกับทุกๆ เรื่องราวเพราะไม่อยากจะให้เกิดปัญหากับผู้คนรอบข้าง  ซึ่งเขาก็สงสัยเสมอมา ว่าในบางเรื่องทำไมจึงต้องยอม

เขาเติบโตมาในยุคแห่งสงครามทั้งในเวียตนามและลาว  ซึ่งมีกองทัพจากต่างประเทศเข้ามาตั้งฐานทัพที่บ้านเกิด ทำให้เขาได้เห็นผู้หญิงหลายคน  ยอมทำทุกอย่างเพียงเพื่อแลกกับเงินที่ใช้ในการดำรงชีวิต ในวันนั้นเขาไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงเหล่านั้น  ถึงต้องยอมให้สังคมรอบข้างประณามพวกเธอโดยไม่แยแส

โชคดีอยู่บ้างที่เขาเติบโตมาในชนบทที่ใกล้กับตัวเมือง  จึงทำให้เขาได้มีโอกาส  เรียนรู้  และเข้าใจวิถีชีวิตของทั้งคนในสังคมชนบท และสังคมเมือง

ชนบทซึ่งผู้คนทำอะไรก็ได้เพื่อให้มีชีวิตรอด   เมืองซึ่งผู้คนต่างแก่งแย่งเพื่อหา         ผลประโยชน์

โชคดีอยู่บ้างที่เขาเป็นคนชอบอ่านหนังสือ และเรียนรู้ทุกเรื่องราวโดยการสังเกต ความเป็นไปของผู้คนในสังคม หลากหลายเรื่องราวในสมัยที่เขาเป็นเด็กยังตราตรึงอยู่ในหัวใจของเขาไม่ลืมเลือน

เมื่อเขามีโอกาสเขาจึงใช้ความสามารถของเขาที่มีอยู่  ไม่ว่าจะในเรื่องของกฎหมาย  ซึ่งเขาร่ำเรียนมาหรือในเรื่องของจิตวิทยาซึ่งเขาชอบที่จะเรียนรู้ นำมาเยียวยาผู้คนในสังคมที่กำลังต้องเผชิญกับปัญหา  โดยเฉพาะ    ผู้หญิง และเด็กในบ้านเมืองของเขา  ซึ่งมักจะถูกดูถูกหรือกดขี่ด้วยบริบทแห่งสังคมซึ่งฝังรากลึกมายาวนาน เขาสามารถนั่งฟังผู้หญิง และเด็กๆ เหล่านั้น เล่าเรื่องราวแห่งความขมขื่นที่พวกเธอได้รับ  ด้วยความใส่ใจไม่ว่าจะใช้เวลาเนิ่นนานเท่าใด  และคอยให้คำแนะนำในการที่จะหลุดพ้นออกจากปัญหาเหล่านั้น  และกล้าที่ จะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับสังคมด้วยความมั่นใจ

ในที่ที่เขาอาศัยอยู่  อาจจะไม่มีองค์กรใดที่จะเป็นพลังผลักดันให้สิ่งที่เขาหวัง          พุ่งทะยานไปข้างหน้าให้ถึงจุดหมายแห่งความฝันได้

แต่เมื่อวันหนึ่ง เขาได้รู้จักกับมุท  ทำให้เขามั่นใจว่า  เขาจะมีเพื่อนร่วมทางด้วยอุดมการณ์อันมั่นคงที่จะทำให้เขาเดินทางไปถึงเป้าหมายนั้นได้  เขาเชื่อเช่นนั้นจริงๆ และเขามีความเชื่ออีกอย่างที่หลายคนใช้เป็นแรงบันดาลใจโดยเฉพาะเด็กและเยาวชน รวมทั้งผู้คนมากมายที่อยู่รอบๆ ตัวเขา "เขาเชื่อว่า  มนุษย์ทุกคนมีคุณค่า   ในตัวเอง  ไม่ว่าคนผู้นั้นจะมาจากสถานะใด ขอเพียงแต่มีความมั่นใจในตัวตนของ เขาเอง  คุณค่าของมนุษย์ทุกคนนั้นล้วนมาจากหัวใจ  หัวใจที่มุ่งมั่นในการที่จะกระทำความดี  ความดีในการที่จะรักษาคุณค่าของตัวเอง และรู้จักมอบคุณค่านั้นให้กับเพื่อนมนุษย์ทุกคน  สิ่งที่ทำได้ คือ สิ่งที่คุณมั่นใจ และได้ลงมือทำ เมื่อคุณมั่นใจ ไม่มีอะไรที่คุณทำไม่ได้"